กูขับสกู๊ตเตอร์

เรามารู้จักกับ สกู๊ตเอตร์ เกียร์มือกันครับ

ประวัติ Vespa

Vespa และ Piaggio Group
Vespa คืออัตลักษณ์เชิงงานรังสรรค์ในแบบฉบับของอิตาเลียน ที่ทั่วโลกต่างยอมรับและเป็นที่รู้จัก
เช่นเดียวกับความสำเร็จด้านการขายซึ่งนับวันจะมีแต่ดีขึ้นและดีขึ้น
ด้วยยอดขายกว่า 100,000 คันกว่าทั่วโลก
คิดเป็นสัดส่วนการเติบโตที่เหลือเชื่อ จากเพียง 50,000 คัน ในปี 2004 เพิ่มเป็น 87,000 คัน
ในปี 2005 และกว่า 100,000 คัน ในปี 2006 ไล่มาจนถึงปัจจุบัน 

ค.ศ. 1884
ก่อตั้งที่เมืองเจนัว ในปี ค.ศ. 1884 โดย รินัลโด้ พิอาจิโอ ด้วยวัยยี่สิบปี ในฐานะบริษัทต่อเรือสำราญ
ก่อนจะขยายกิจการมาเป็นผลิตรางรถไฟ รถตู้ขนสินค้า รถโดยสารหรู เครื่องยนต์ เรื่อยไปจนถึงตัวถังรถบรรทุก 

ค.ศ. 1917
สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ Piaggio มากมาย
เมื่อทางบริษัทหันมาจับการผลิตเครื่องบินประเภทต่างๆ
ปิอาจิโอ ได้ซื้อโรงงานใหม่ที่ ปิซ่า ตามด้วยโรงงานเล็กๆ แห่งหนึ่งใน ปอนเตเดร่า ในอีกสี่ปีต่อมา
ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอากาศยานแห่งแรกของประเทศ ด้วยเหตุนี้ Piaggio 
ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตอากาศยานชั้นนำของอิตาลี 

Vespa 1917

ค.ศ. 1946
ภายหลังสงครามสิ้นสุด เอนริโก้ และ อาร์มานโด บุตรชายของ รินัลโด้ ปิอาจิโอ 
ได้ช่วยกันพลิกฟื้นบริษัทขึ้นมาใหม่ คอร์ราดิโน ดัสคานิโอ นักออกแบบอากาศยาน 
ออกแบบให้มันเป็นพาหนะที่ตัวถังแข็งแรง ทนทาน และใช้การประสานเฟืองแทนโซ่เหล็ก 
ติดก้านเกียร์ไว้บนคันบังคับเพื่อให้ง่ายต่อการขับขี่ เปลี่ยนจากตะเกียบเป็นแขนยึดเหมือนเครื่องบิน 
ตบท้ายด้วยการออกแบบตัวถังรถ เพื่อปกป้องคนขี่จากความสกปรกและน่ารำคาญ 

Vespa 1946

1946-Vespa98cc Prima Serie ” Bacchetta3v “
รถ Vespa รุ่นแรก เครื่องยนต์ 98 ซีซี ส่งกำลัง 3.2 แรงม้า ที่รอบหมุน 4,500 รอบ/นาที
ทำความเร็วสูงสุด 60 กม./ ชม. ระยะการผลิตสองปี: ปี 1946 รุ่น 464
ตามด้วย 465 จนถึงรุ่น 18 (079) ในปี 1947 

Vespa98cc Prima Serie Bacchetta3v

ค.ศ.1947
ปลายปี 1947 ผลิตภัณฑ์รถเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น กระทั่งในปีต่อมา Vespa 125 
ก็ถูกปล่อยออกจำหน่ายเพื่อสานความสำเร็จต่อจาก Vespa 98 รุ่นแรก 

Vespa 1947

ค.ศ.1948
ที่ Fiera Campionaria เมืองมิลาน ในปี 1948 ทาง Italian Vespa Clubs 
ได้จัดให้มีการแข่งขันรายการ “Silver Swarm” ขึ้น ภายหลังการออกจำหน่ายรถรุ่นแรก 
ตัวถังสีเงิน-เขียว อันเป็นเครื่องหมายการค้า Vespa 

Vespa 1948

1948-Vespa 125cc V1T ” Bacchetta3v “
Vespa 125 ซีซี รุ่นแรก ต่างจากรุ่น 98 ตรงขนาดเครื่องยนต์และมีการใช้ระบบรองรับหลัง 
เช่นเดียวกับการปรับปรุงระบบรองรับหน้า 

Vespa 125cc V1T

ค.ศ.1950
เพียงสี่ปีหลังการออกจำหน่าย Vespa ได้รับการประกอบในประเทศเยอรมนีโดย
Hoffman-Werke of Lintorf
ตามด้วยในประเทศอังกฤษ (Douglas of Bristol) และฝรั่งเศส (ACMA of Paris) 
การผลิตในสเปนเริ่มต้นในปี 1953
ที่ Moto Vespa of Madrid (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Piaggio Espana) 
ตามด้วย Jette ในบรัสเซลส์, เบลเยี่ยม มีการสร้างโรงงานแห่งใหม่ใน บอมเบย์, บราซิล
ข้ามไปจนถึงในสหรัฐฯ ความโด่งดังของมันสามารถเรียกความสนใจจากนิตยสาร รีเดอร์ส์ ไดเจสต์
ซึ่งถึงขนาดลงตีพิมพ์เป็นบทความชิ้นยาว แต่นั่นก็เป็นเพียงบทเริ่มของความอัศจรรย์เท่านั้น 

Vespa 1950

ค.ศ.1951
ในปี 1951 แฟนรถ Vespa กว่า 20,000 คน ได้เข้าไปมีส่วนร่วมที่งาน Italian Vespa Day
ตลอดช่วงทศวรรษที่ 1950 มีการจัดการแข่งขันขึ้นมากมายทั้งภายในอิตาลีเองและต่าง ประเทศ 
การขับขี่รถเวสป้าเริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและการเข้าสังคม 
กล่าวโดยสั้นคือ รถเวสป้ากลายมาเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม 
ที่มีหลักฐานปรากฏยืนยันด้วยรูปถ่าย วรรณกรรม โฆษณา และภาพยนตร์อีกนับไม่ถ้วน 
เรื่อยไปจนถึงพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม 
นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา 

Vespa 1951

ค.ศ.1952
ปี 1952 จอร์จส์ โมแนเร่ต์ ชาวฝรั่งเศส ได้ประกอบรถ “เวสป้าสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก” 
เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ปารีส-ลอนดอน และประสบความสำเร็จในการข้ามช่องแคบอังกฤษ 
หนึ่งปีก่อนหน้านั้น Piaggio ก็ได้ประกอบรถ Vespa 125 ซีซี รุ่นต้นแบบ 
เพื่อใช้ในการแข่งขันทำความเร็ว กระทั่งสร้างสถิติโลกด้วยอัตราเร็วเฉลี่ย 171.102 กม./ชม. 

Vespa 1952

ค.ศ.1953
Vespa ผ่านหลักชัยที่ 17 ล้านคัน Vespa: over 17 million units produced
ในวันที่ Lambretta เพิ่งจะเริ่มลิ้มรสความสำเร็จ Vespa 
ได้ถูกนำไปสำเนาและเลียนแบบเป็นพันๆ ครั้ง 
ทว่าคือความเป็นเอกลักษณ์ที่ส่งให้พาหนะของ Piaggio คงความสำเร็จมาได้อย่างยาวนาน 
นานจนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 1953 รถคันที่ 500,000 
ได้ถูกปล่อยออกจากสายการผลิต ตามด้วยคันที่หนึ่งล้านในเดือนมิถุนายนปี 1956 

Vespa 1953

1955-Vespa150cc GranSport VS1T “Cavi 4v”
หลายคนบอกว่ามันคือ “โมเดลรุ่นที่ดัง ถูกเลียนแบบ และเป็นที่จดจำได้มากที่สุด” 
พัฒนาขึ้นหลายจุด เครื่องยนต์ 150 ซีซี, เกียร์ 4 จังหวะ, อานเบาะยาวมาตรฐาน, 
ปรับทรงไฟหน้า, ล้อขนาด 10 นิ้ว ทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กม./ ชม. 
ปรับดีไซน์ตัวถังให้ลู่ลมดีขึ้น 

Vespa150cc GranSport VS1T

ค.ศ.1957
ในวันที่ 9 มิถุนายน 1957 Izvestiรายงานข่าวการเริ่มต้นผลิตรถ Viatka 150 ซีซี 
ที่เมืองคีรอฟ, สหภาพโซเวียต ที่ลอกแบบรถเวสป้าแทบทุกรายละเอียด 
ก่อนที่ทาง Piaggio จะหันมาขยายสายรุ่นลงสู่พาหนะขนาดเล็ก ในปี 1948 
หลังการเปิดตัวของ Vespa ได้มีการประกอบรถแวนสามล้อ Ape 
(ภาษาอิตาเลียนแปลว่า “ผึ้ง”) วางทรงมาจากรถสกู๊ตเตอร์ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว 

Vespa 1957

1962-Vespa160cc GranSport VSB1T
สานต่อความสำเร็จจาก GS รุ่นแรก พร้อมดีไซน์ใหม่ 
หม้อลดเสียงไอเสีย, คาร์บูเรเตอร์ และระบบรองรับ 
กำลังส่งสูงสุด 8.2 แรงม้า ที่รอบหมุน 6,500 

Vespa160cc GranSport VSB1T

1963-Vespa 150cc GranLusso VLA1T
ดีไซน์ใหม่ที่เรียกกันว่า “หนึ่งในรถเวสป้าที่สวยที่สุดที่ผลิตโดยนัก ออกแบบของ Piaggio” 
คันบังคับเลี้ยว, ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู, บังโคลนหน้าและฝาครอบท้ายล้วนเป็นของใหม่ 

Vespa 150cc GranLusso VLA1T

ค.ศ.1964
Vespa 50 เปิดตัวในปีถัดมา (1963) พร้อมๆ กับกฎหมายบังคับให้รถจักรยานยนต์ขนาดเกิน 50 ซีซี 
ต้องติดป้ายทะเบียน รถสกู๊ตเตอร์คันใหม่ได้รับการยกเว้นจากกฎหมายดังกล่าว 
และประสบความสำเร็จในทันที ในปี 1965 ยอดขายรถพร้อมป้ายทะเบียนในอิตาลีตกลง 28% 
เมื่อเทียบกับปี 1964 ทว่า Vespa พร้อมกับรถซีรี่ส์ 50 รุ่นใหม่ กลับประสบความสำเร็จอย่างสูง 
นับจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นรถเวสป้าขนาด 50 ซีซี 
รุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์สี่จังหวะ สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 500 กม. จากการเติมน้ำมันเต็มถัง 

Vespa 1964

1965-Vespa180cc Super-Sport VSC1T
ขยายขนาดความจุเครื่องยนต์ (181.14 ซีซี) 10 แรงม้า สำหรับทำความเร็วสูงสุด 105 กม./ชม. 
180 SS (Super Sport) เข้ามาทดแทนรุ่น GS 150/ 160 ซีซี 
ทาง Piaggio ได้ทำการปรับปรุงในส่วนของโครงกระจังหน้าใหม่ 
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ 
และความสะดวกสบาย ตลอดจนสมรรถนะการควบคุมและการเกาะถนน 

Vespa180cc Super-Sport VSC1T

1966-Vespa125cc GranTurismo VNL2
Vespa 125, 1966 – หรือ “125 รุ่นใหม่” รื้อแนวทางการออกแบบใหม่ทั้งหมด 
ไม่ว่าจะเป็นโครงรถ, เครื่องยนต์ (เอียง 45° องศา) และระบบรองรับ 

Vespa125cc GranTurismo VNL2

1966-Vespa50cc L VSA1T
ซีรี่ส์พิเศษที่พัฒนามาจากรถ Vespa รุ่น 50/90 ซีซี และ 125 “รุ่นใหม่” 
ปรับตำแหน่งอานเบาะและคันบังคับเลี้ยว เพื่อให้ขับขี่ได้สะดวกขึ้น คันบังคับเลี้ยวคอดต่ำ 
บังโคลนและกระบังหน้าเพรียวลม ด้วยความจุเครื่องยนต์เพียง 90 ซีซี ทำความเร็วได้ 93 กม/ชม. 

1966-Vespa50cc L VSA1T

1968-Vespa125cc Primavera VMA2T
พร้อมด้วยรุ่น PX ที่ออกตามหลัง ถือเป็นรถรุ่นที่ใช้งานได้ทนทานที่สุดของ Vespa 
พัฒนามาจาก 125 “รุ่นใหม่” แต่สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ต่างกัน 
ทำความเร็วได้สูงกว่ากัน 10 กม./ชม. ลงลึกทุกรายละเอียด 
ไม่เว้นแม้แต่ตัวขอเกี่ยวกระเป๋าสุดคลาสสิค 

Vespa125cc Primavera VMA2T

1968-Vespa180cc Rally VSD1T
ทาง Piaggio ได้นำเอาระบบปรับจังหวะการสูบเชื้อเพลิงแบบโรตารี่มาใช้ 
เครื่องยนตเป็นรุ่นใหม่ให้กำลังสูงขึ้น เช่นเดียวกับโคมไฟหน้า 
โครงรถต่อยอดมาจาก Vespa 150 Sprint ทรงคอดเพรียวและลู่ลมกว่ารุ่น 

1968-Vespa180cc Rally VSD1T

1970-Vespa50cc Elestart V5A3T
ใช้ระบบจุดระเบิดอัตโนมัติ รูปทรงดูทันสมัยและสวยขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น 50 

Vespa50cc Elestart V5A3T

1972-Vespa200cc Rally
รถ Vespa ที่ใช้เครื่องยนต์ใหญ่สุด ให้กำลังส่ง 12.35 แรงม้า ที่รอบหมุน 5,700
ทำความเร็วได้ถึง 116 กม./ชม. 

Vespa200cc Rally

1976-Vespa125cc Primavera ET3
ET3 นั้นย่อมาจาก “Electronic 3 intake ports” พร้อมการเปลี่ยนแปลงสำคัญภายในเครื่องยนต์
ซึ่งให้พลกำลังสูงและมีชีวิตชีวาขึ้น รูปทรงดูทันสมัยกว่า Primavera รุ่นปกติ 

Vespa125cc Primavera ET3

1978Vespa125cc P 125 X
เรียกย่อๆ ว่า “PX” โดดเด่นในเรื่องการวางรูปทรง (ปรับดีไซน์งานตัวถังใหม่หมด)
และสมรรถนะ ตามด้วย P 200 E ที่ออกมาในปีเดียวกัน
พร้อมระบบหล่อลื่นและอุปกรณ์ตรวจจับทิศทางติดตั้งมากับตัวรถ
สามปีถัดมา PX 150 E ก็ได้รับการเปิดตัว ด้วยสมรรถนะที่ก้ำกึ่งระหว่างสองโมเดลแรก 

Vespa125cc P 125 X

ค.ศ.1980
น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในปี 1980 รถ Vespa PX 200 สองคันที่ขี่โดย เอ็ม. ซิโมโน่ต์ และบี. เชอร์เนียวสกี
วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับสองในรายการ ปารีส-ดาการ์
ด้วยความช่วยเหลือจากแชมป์ Le Mans 24 Hours เฮนรี่ เปสคาโรโล่ 

Vespa 1980

1983-Vespa125cc PK
เข้ามาแทนที่ Vespa Primavera (รุ่นมาตรฐานและ ET3) ซึ่งยังคงอยู่ในสายการผลิต
บวกงานตัวถังแบบ “คลาสสิค” สำหรับตลาดญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ปรับเปลี่ยนสไตล์ใหม่
บวกตัวถังที่แตกต่างจากรถสกู๊ตเตอร์ที่แล้วๆ มา
โดยเฉพาะในส่วนของรอยเชื่อมต่อที่ประสานกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว 

Vespa125cc PK

Vespa PK 125 Automatic, 1984
เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1946 เป็นต้นมา
เช่นเดียวกับก้านเบรกที่ด้านซ้ายของแฮนด์บังคับเลี้ยว
ตามมาด้วย Vespa PK 50 Automatic ที่เปิดตัวในปีถัดมา 

Vespa PK 125 Automatic

1985-Vespa T 5 Pole Position
T 5 ถือเป็นเวอร์ชั่น “สปอร์ต- พิเศษ” ของซีรี่ส์ PX เครื่องยนต์ใหม่
กระบอกสูบอลูมิเนียม และมีช่องไอดีถึง 5 ช่อง ปรับทรงท้ายและโคมไฟหน้าใหม่
พร้อมกระจกบังลม Plexiglas ขนาดเล็ก เสริมสปอยเลอร์ตรงกระจังหน้า 

Vespa T 5 Pole Position

1989-Vespa50cc N
Vespa 50 N, 1989 – การเปลี่ยนตามกฎหมาย Italian Highway Code หมายถึงรถจักรยานยนต์ 50 ซีซี
ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดกำลังอยู่ที่ 1.5 แรงม้า อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ Piaggio 
จึงได้เปิดตัวรถ Vespa ขนาดเล็กรุ่นใหม่ พร้อมสมรรถนะที่ดีขึ้น (เกิน 2 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที)
และปรับทรงให้ดูลื่นไหลยิ่งกว่าเก่า เช่นเดียวกับรุ่น “Speedmatic” 

Vespa50cc N

2001-Vespa150cc PX
ดีไซน์คลาสสิคบวกคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ อาทิ เกียร์สี่จังหวะ ที่ส่งให้ Vespa PX
กลายเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่มีผู้หลงใหลมากมาย แบบฉบับของงานดีไซน์สไตล์อิตาเลียน
รถ 125 เครื่องยนต์สองจังหวะทั้งรุ่น 125, 150 และ 200 ซีซี
พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยแรงดันอากาศ ระบบจุดระเบิด CDI (Capacitor-Discharge Ignition)
และปุ่มสตาร์ทมือและคันสตาร์ท PX รุ่นใหม่ เน้นความเป็นสปอร์ต ใช้ดิสก์เบรกหน้าสเตนเลสสตีล
เส้นผ่านศูนย์กลาง 200 มิลลิเมตร ให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ดรัมเบรกหลังขนาด 150 มม. 

Vespa150cc PX