ประวัติ RX-7

ประวัติ rx7
ประวัติ rx7

Mazda RX-7 คือ 1 ใน สายพันธุ์รถ Sport ที่มีประวัติมายาวนานมาก ของ Mazda สายการผลิตรถ RX-7 นั้น ถือได้ว่าเป็นสายการผลิตที่ยาวนานมากอย่างหนึ่งในวงการรถ ญี่ปุ่นด้วยระยะเวลา 24 ปี ตั้งแต่ 1978-2002

RX-7 ตัวดั้งเดิมนั้นถูกจัดวางขุมกำลังด้วยเครื่องยนต์ โรตารี่ประเภท โรเตอร์คู่ จึงเหมือนเป็นสายพันธุ์รถที่มาแทน


Mazda RX-3 รุ่นพี่โดยตรง รวมถึงรถอื่นของ Mazda ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์โรตารี่ด้วยกัน (ยกเว้น Cosmo )


นอกจากขุมกำลังของ เครื่องโรเตอร์อันโด่งดังในสมัยนั้นแล้ว เซเว่น ( ขออนุญาตเรียกแบบนี้นะครับ) ถูกออกแบบ


มาเป็นรถคูเป้ ขนาดเบาที่ วางเครื่อง เยื้องมาหลังเพลาของล้อหน้าเล็กน้อยซึ่ง Mazda ต้องการให้เป็นลักษณะนั้น


เพื่อต้องการเจาะตลาดรถใน America ที่รถรูปแบบดังกล่าวยังไม่ได้แพร่หลาย ( American Muscle ยังแรงอยู่ )


นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถสั่งวางที่นั่งพิเศษด้านหลังได้ ( ปกติไม่ค่อยทำกันนะครับ )

ประวัติ SA22
RX-7 รุ่นแรกเปิดตัวด้วย รหัส SA22C / FB ชื่อเล่น Savanna RX-7
เครื่องยนต์ที่ใช้มี 12A กับ 13B-RESI มีกำลัง 100 แรงม้า กับ 125 แรงม้า
ตามลำดับอัตราเร่งถือได้ว่าเยี่ยมมากในสมัยนั้น คือ 0-80 กม./ ชม. ได้ภายใน 6.3 วินาที


สิ่งที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างคือการ Design ที่มีจุดศุนย์ถ่วงมาอยู่ตรงกลาง ทำให้การกระจายน้ำหนักเป็น 50/50
ด้านหน้าหนัก 50% ด้านหลังหนัก50% ทำให้ตัวรถไม่เกิดอาการสะบัด ดื้อโค้งขณะเข้าโค้ง
และถ้าเทียบกันแล้ว RX-7 รุ่นแรกนี้มีน้ำหนักที่เบาที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นคือประมาณ 1180 กก.
ทำให้ตัวรถไม่ต้องการกำลังที่สูงมากในการขับขี่ อย่างไรก็ตามหากใครต้องการแรงหน่อยในสมัยนั้น เครื่อง 13B
ก็สามารถติดเทอร์โบเข้าไปได้ (แต่ยังไม่มี Intercool นะ) ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ เซเว่นครองใจ
ชาวมะกันไปได้อย่างไม่ยากเย็นด้วย ยอดขาย 377,878 คันในอเมริกาจากทั้งหมดทั่วโลก 474,565 คัน

ประวัติ FC
ยังถูกเรียกด้วยชื่อเดิม คือ Savanna RX-7 ชื่อรหัสถัง FC3S นั้นได้ DNA การออกแบบส่วนหนึ่งมาจาก Porsche 928 944


ในสมัยนั้นและยังเป็นรถที่ Mazda ยังมุ่งหมายที่จะเจาะตลาดของ อมเริกาเหมือนเดิม เพราะ Porsche 944 เองก็เป็น 1 ในรถที่ชาวอเมริกานิยมขับกัน จนมีคนแซวว่าเป็น “Porsche Style RX-7” ( ซึ่งหลายคนเองก็ชอบรูปร่างของ FC มากกว่า FD รุ่นใหม่ด้วยนะครับ )
ขณะ ที่ SA นั้นถูกออกแบบมาให้เป็น Sport Car โดยตรง


FC นั้นถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปของ Sport Tourer Car มากกว่า (เอาไปขับเล่นในเมืองได้ว่างั้นเหอะ) อย่าวไรก็ตาม


FC เองได้มีการพัฒนาระบบควบคุมได้ดีขั้นจาก FB โดย ลดอาการ Oversteer ลง และการควบคุมทิศทางจากพวงมาลัยก็ตอบสนองได้แม่นยำมากขึ้นด้วย ระบบช่วงล่างนั้น FC ได้พัฒนามาใช้ Dynamic Tracking Suspension System (DTSS) ซึ่งทำให้ตัวล้อสามารถปรับ Toe-in Toe-Out ได้ตามพื้นสัมผัสที่ล้อแตะถนนได้ระดับหนึ่งทำให้ ทั้ง 4 ล้อ ตอบสนองกับการหักพวงมาลัยไปพร้อมๆกัน (แต่มันแต่นิดหน่อยนะครับ ไม่ใช่ แบบ แบะออกมาจนล้อเบี้ยวเลย )


ถึงแม้ว่าหนักขึ้นประมาณ 35 กิโล แต่ทาง Mazda เองก็ไดเพิ่มกำลัง
ให้ตอบสนองในน้ำหนักดังกล่าวได้ดีขึ้นด้วย เครื่อง 13B S4 S5 พร้อมกับชุด Turbo โดยกำลัง อยู่ที่ 189 แรงม้า และ 200 แรงม้าตามลำดับ ซึ่ง FC มียอดการผลิตตั้งแต่ 1986 – 1992 รวมทั้งสิ้น 272,027 คัน

ถึงแม้ว่าตลาดของอเมริกาจะตอบสนองน้อยลงแต่ก็สามารถทำยอดขายได้ทั่วโลกอยู่ในเกณฑ์ค่อยข้างสูงรวมถึง ปัจจุบันนั้น FC3S เองยังถือว่าเป็น 1 ในตัวเลือกของนัก Drift ที่นิยมใช้

ประวัติ FD
Efini RX-7 ชื่อเต็ม หรือ FD3S ซึ่งคือชื่อรหัสของมันแต่ภายใต้ชื่อเดียวกันนี้ทั้งหมดนั้น Mazda ได้แตกรายละเอียดย่อยลงไปเยอะมาก
FD ต่างจากรุ่นพี่ตรงที่มีรุ่นย่อยเยอะมากมายจนจำกันแทบไม่ได้ และมีเวลาการผลิตยาวมากเหมือน คือ 9 ปี


1993-2002 ซึ่งตลอด 9 ปีนี้ Mazda เองได้ปรับแต่งเจ้า FD ไปหลายแบบมาก ตั้งแต่ FD3S Type R ตัวมาตรฐาน


ต่อมาจะมี Type RS ซึ่ง ขยายไปใช้แม็ก 17” และลดน้ำหนักลง เหลือ 1280 กก. ตามมาด้วย Type RZ ที่โดยรวมจะเหมือนกันแต่ลดน้ำหนักลงไปอีก 10 กก. ตามมาด้วย Spirit R ที่ จะถูกตกแต่งเป็น 3 รุ่นย่อยตาม Feature ที่ Mazda


เคยแต่งพิเศษไปก่อนหน้านี้ โดยมี 3 Type ( มันจะเยอะไปไหนเนี่ย จำยากจิง )
Type A มาพร้อมกับ เกียร์ 5 สปีดที่สมรรถนะ สูงสุดใน 3 รุ่น
Type B มาพร้อมกับ ที่นั่ง 2+2 (โอ้ชอบมาก หายากด้วยนะเนี่ย ใครมีครอบครัวผมขอคันนี้เลยนะครับ ) มาพร้อมกับ เกียร์ 5 สปีด


Type C ที่นั่ง 2+2 เหมือนกันแต่มาพร้อมกับ เกียร์ ออโต้ 4 สปีด
แล้วก็ยังมี SP กับ Bathrust R ที่เกิดขึ้นจากการแข่ง Endurance ที่ Australia ซึ่ง RX-7 สามารถเอาชนะ Porsche 911 ในการขับเขี่ยว การแข่ง 12 ชม.ได้ไปในปี 1995


ระบบการควบคุมของ FD นั้นยังได้รับการกล่าวขานว่าเป้นสุดยอดของรถ ตลอดกาล คันนึงด้วยการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ตามที่คง Concept นี้มาตั้งแต่ รุ่นก่อนๆ รวมถึงมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ทำให้ เรายังสามารถพบ FD3S ในการแข่งขันในปัจจุบันนี้ได้


FD ได้รับการผลิตทั้งหมด 68,589 คัน ถึงแม้ตัวรถจะหนักกว่า FC ถึง 50 กว่ากิโลก็ตาม กำลังเครื่องก็ถูกพัฒนาให้สูงขึ้นไปตามอัตราส่วนนั้นโดย กำลังสูงสุดของรถที่ออกมาจากโรงงานคือ 280 แรงม้า


ปัจจุบัน FD3S นั้นยังเป็นนิยมไม่ว่าการแข่งขันรูปแบบของ Drag ,Circuit , Drift FD3S ก็ยังสามารถปรากฏกาย


ขับเคี่ยวกับรถรุ่นใหม่ได้ตลอดเวลา จุดเด่นอีกอย่างของ FD คือ สาวๆเองก็พิศวาส FD ไม่น้อย หากไม่เชื่อลองถามทาง นิตยสาร Playboy ดูได้ครับเพราะตอนออกมาใหม่ๆใน

ปี 1993 นั้น FD ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Dodge Viper ใครคือรถที่ Hot กว่ากัน ผลก็คือ Roti Boy สามารถล้มพญางูเห่าไปได้อย่างไม่ยากเย็นเลยครับ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*