เส้นขอบฟ้า Skyline R30

Skyline-R30
Skyline-R30

SKYLINE ยังมีอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมอยู่ก็คือ R30 Series หรือนิยามชื่อว่า “Newman Skyline” มาจาก “Paul Newman” ดาราและนักแข่งฝีมือฉกาจรุ่นเดอะของอเมริกา (ล่วงลับไปเมื่อปี 2007 ที่บ้านของเขา ในเมือง Connecticut ด้วยโรคมะเร็งปอด ในวัย 83 ปี) ที่เป็น “พรีเซ็นเตอร์” ให้กับรุ่นนี้

ซึ่งออกมาโชว์โฉมตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 1981 ในเวอร์ชั่น “กันชนเล็ก” ก่อนจะมาเป็น “ไมเนอร์เชนจ์ กันชนใหญ่” อีกสองปีให้หลัง แต่เรื่องราวใน “บ้านเรา” ขอย้อนข้อมูลเล็กน้อย  รุ่นนี้จะเข้ามาจำหน่ายในปี 1984 หรือ พ.ศ. 2527

โดยเป็นรุ่นกันชนเล็ก มีใบปัดน้ำฝนหลัง ไฟท้ายแบบไม่โดนัท ออกมาก่อน (มาพร้อมกับ SUNNY B11 กันชนเล็กรุ่นแรก) รุ่นแรกเข้ามา ราคา “399,000 บาท” ส่วนรุ่นกันชนใหญ่ ออกมาทีหลัง ราคา “425,000 บาท” จัดจำหน่ายโดย “สยามกลการ” เจ้าเดิม…

สำหรับโฉม “หน้าเหยี่ยว” ที่บ้านเราเรียก หรือ Tekkamen ที่แปลว่า “หน้ากากเหล็ก” ของญี่ปุ่น หรือ Iron Mask ในภาษาฝรั่ง ส่วนชื่อทางการค้าก็คือ Newman Skyline RS ที่ถือว่าเป็นสุดยอดในซีรีส์ R30

ซึ่งเครื่อง FJ20ET ในรุ่น RS TURBO รหัส KDR30 (สองประตู) และ DR30 (สี่ประตู) ตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา ที่มี “อินเตอร์คูลเลอร์” มีกำลังถึง “205 PS” ถือว่าเป็นเครื่องที่มี “แรงม้าต่อความจุ” มากที่สุดในบรรดารถญี่ปุ่นทั้งหมด

ก็ต้องขอบคุณ “Mr. Shinichiro Sakurai” ผู้ที่สร้างและพัฒนาสมรรถนะ PRINCE/NISSAN SKYLINE มาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในบ้านเราก็อย่าหวังอะไรเกินกว่ารุ่น 2.0 GT-X รหัส BJR30 ที่เปิดฝากระโปรงมาแล้ว “อดผิดหวังไม่ได้” เมื่อไม่พบกับ FJ20 ฝาสีแดงแฝงอยู่ภายใต้ฝากระโปรง

พบเห็นเพียงเครื่อง L20B ที่หน้าตาเหมือนกับ BLUEBIRD SSS P910 (ซึ่งตลาดในญี่ปุ่นจะไม่มีเครื่องตัวนี้ใน R30 Series มีเฉพาะ Export Model ส่งออกจากญี่ปุ่นเท่านั้น)

ถ้าจะให้ประเมินจากสิ่งแวดล้อม เหตุผลที่ทางสยามกลการ เลือกเครื่องแบบ “เบสิก” มา ประการแรก จะได้ทำราคารถให้อยู่ในระดับที่พอจะ “ขายได้” เพื่อเป็น “รุ่นสร้างชื่อในตลาดเมืองไทย” โดยยอมไม่เหลือกำไร (ตอนนั้นราคา 425,000 บาท ก็แพงอยู่นะครับ สำหรับรถขนาดกลาง)

ประการที่สอง จริงๆ แล้ว เครื่อง L20 6 สูบ หัวฉีด (รหัสตัวถัง HR30) ก็มี แต่กลัวคนจะ “เมินหนี” เพราะคิดว่าเครื่อง 6 สูบ กินน้ำมันกว่า 4 สูบ อีกประการ “ช่างไทยสมัยนั้นไม่คุ้นกับหัวฉีดไฟฟ้า” ก็เลยตัดปัญหาเหลือ L20B ง่ายๆ พอ แต่จะแคร์อะไร เมื่อคนลงทุนซื้อรถรุ่นนี้ได้ ก็มักจะ “ฝีตีนโหด” ต่างก็ย่อม “หาของแรง” มา “รอเสียบ” กันตั้งแต่ออกห้างมาได้พักเดียว…

สำหรับเรื่องราวของรถคันนี้ “But X-CITE” มีความชอบจากการชักนำของเพื่อนรัก Ton Racing Shop ที่มีใจรักชอบรถรุ่นนี้มานาน ด้วยความต้องการส่วนตัว “อยากขับรถเทอร์โบ” เพียงแค่นั้น ไม่ต้องการแรงมาก ขอ “ฟีลลิ่งสนุก” สักหน่อยแล้วกัน

จึงมาลงตัวที่การร่วมกัน “ปั้น” รถรุ่นนี้ขึ้นมา “เป็นคันที่สองของชีวิต” ซึ่งคันแรกก็ได้ขายไปด้วยเหตุจำเป็น  พอมีจังหวะก็เลยปั้นคันนี้ขึ้นมาทดแทนให้สมบูรณ์แบบกว่าคันแรก ซึ่งเป็นการ “ตอบสนองทางใจ” ไม่ใช่ “การแข่งขันประชันกับใคร”

และมีความคิดเห็นว่า “รถบ้านเรา 4 ประตู ก็สามารถทำให้สวย และใช้งานได้” ซึ่งในญี่ปุ่นเอง ก็จะเริ่มหันมาเล่นรุ่น 2000 RS TURBO 4 ประตู กันมากขึ้น เพราะสมัยก่อนคนจะฮิต 2 ประตู กันเกลื่อน

พอถึงตอนนี้ 4 ประตู เลยกลายเป็น Rare Item ไปเสียแล้ว แล้วก็มีรุ่น Hatchback (รหัส RHR30) อันนี้ก็หายากขึ้นไปอีก ซึ่งในญี่ปุ่นเองก็มีน้อย เพราะ “ประหลาด” และเป็น Hatchback รุ่นเดียวที่ SKYLINE ได้ผลิตขึ้น แต่ช่างเถิด จะเป็นตัวถังแบบไหน “ขอให้เข้าใจในการทำ” ก็พอครับ…

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*