VW Golf ตัวเเรก กับรหัสตัวถัง MK1

VW-Golf-MK1

กอล์ฟ รุ่นที่ 1 ใช้รหัสตัวถังว่า Mk1 รหัสรถ 17 โดยถูกออกแบบเพื่อมาทดแทนรถรุ่น โฟล์กสวาเกน บีเทิล หรือที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในชื่อรถเต่าทอง โดยในอเมริกาและแคนาดา โฟล์กสวาเกนได้ใช้ชื่อ โฟล์กสวาเกน แรบบิท (Volkswagen Rabbit) ในการขาย และในเม็กซิโกได้ใช้ชื่อรุ่น โฟล์กสวาเกน คาริบ (Volkswagen Caribe) แทนชื่อกอล์ฟ

กอล์ฟ Mk1 มีระบบเกียร์ให้เลือกซื้อทั้งสิ้น 3 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 4 สปีด, เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด (สมัยนั้นระบบเกียร์อัตโนมัติยังไม่ก้าวหน้า ทำให้เกียร์อัตโนมัติในยุคนั้นมีราคาแพง และสิ้นเปลืองน้ำมันมาก)

ในยุคนั้น ผู้ใช้รถไม่คุ้นชินกับรถที่มีลักษณะท้ายกุด ไม่มีกระโปรงหลัง และไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย ด้วยเกรงว่าผู้โดยสารที่นั่งแถวหลังจะได้รับอันตรายได้ง่ายหากถูกชนท้าย รถเกือบทุกรุ่นที่มีลักษณะท้ายกุดในช่วงนั้นจึงมักไม่ประสบความสำเร็จ แต่ โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ ซึ่งมีลักษณะท้ายกุด กลับสามารถประสบความสำเร็จได้เป็นวงกว้าง จนในภายหลังมีการเพิ่มกระบะบรรทุกของลงไปที่ด้านหลัง กลายเป็นรถโฟล์กกอล์ฟที่มีลักษณะแบบรถกระบะ ซึ่งผลิตอยู่ระยะหนึ่ง ก็ได้แยกตัวไปเป็นรถรุ่นใหม่ คือ โฟล์กสวาเกน เจ็ตตา (Volkswagen Jetta) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ โฟล์กสวาเกน เวนโต (Volkswagen Vento) นั่นเอง

ในพ.ศ. 2519 กอล์ฟได้มีการออกรุ่นพิเศษออกมา คือ โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ จีทีไอ (Volkswagen Golf GTI) ซึ่งเป็นรถสปอร์ตขนาดเล็ก จีทีไอของMk1ใช้ขนาดลูกสูบใหญ่ที่สุดไม่เกิน 1800 ซีซี แต่แรงจัด ให้แรงได้สูงสุดถึง 110 แรงม้า (โดยที่มีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 730 กิโลกรัม) และในช่วงท้ายๆ ก่อนเลิกผลิตMk1 ได้มีการนำระบบหัวฉีดเข้ามาใช้แทนระบบคาร์บูเรเตอร์ ทำให้เครื่องยนต์ให้แรงได้มากขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ กอล์ฟ Mk1 ทุกคัน ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วย ซึ่งเป็นความล้ำสมัยมากในยุคนั้น

กอล์ฟ Mk1 ในเกือบทุกตลาดได้เลิกผลิตลงใน พ.ศ. 2527 ยกเว้นรถกอล์ฟรุ่นเปิดประทุน(หลังคารถเปิด-ปิดได้) ที่ขายในชื่อ โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ คาบริโอเล็ต(Volkswagen Golf Cabriolet) ที่ได้ผลิตโดยใช้แม่แบบMk1ขายอย่างต่อเนื่องไปจนถึงพ.ศ. 2536 จึงเปลี่ยนไปใช้แม่แบบของรถMk3 และนอกจากนี้ ในประเทศแอฟริกาใต้ ที่กอล์ฟ Mk1 สามารถขายได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมานี้ จึงได้เลิกผลิตลงอย่างสมบูรณ์ รวมยอดขายรถ โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ Mk1 ทั้งสิ้น 6.8 ล้านคัน